วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2550

Test Sequence TiTa

ทำการทดลองกระดาษ
ทดลองทำดูว่ากระดาษแต่ละแบบจะให้ความรู้สึก มิติ ที่ต่างกัน หรือไม่เมื่อนำมาซ้อนกันเป็น layer
1.กระดาษธรรมดา
2.แผ่นพลาสติกใส
3.กระดาษไข

วันจันทร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2550

Test3.1_sound



เลือกที่จะเป็นผู้ช่วยของเพื่อนในงานติดตา

ที่คุยกันนั้น ได้ช่วยการลองคิดออกมาในหลายๆแบบ

แบบที่ 1 นั้นจะเป็นการนำเอาตัวอักษรคือ A-Z นั้นมาลองซ้อนทับกันให้เกิดเป็น Layer โดยการใช้แผ่นใสในการทดลองทำงานชิ้นนี้

แบบที่ 2 นั้นจะเป็นการเอาคำๆ นั้นมาสร้างเป็นภาพ ซึ่งมีความหมายตามนั้น โดยจะลองใช้ font position size ที่แตกต่างกันไป ดังเช่น คำว่า Cup นั้นจะมีส่วนประกอบเป็น C U และ P แล้วนำตัวอักษรทั้ง 3 ตัวนี้มาประกอบกันให้ดูเหมือนรูปถ้วยแก้ว

แบบที่ 3 ได้เอางานพวก graffti ลองมาทดลองดู โดยการที่เราจะลองนำเอาสิ่งของต่างๆที่มีอยู่จริงๆ เช่น ตู้โทรศัพท์ ถังขยะ เป็นต้น ลองนำมาเอาตามาใส่

Test3.2_sound



การติดตาในที่นี้เป็นการทดลองเอารูปหน้าที่วางตำแหน่งเดิมตลอด แล้วฉากหลังนั้นก็นำเอาสิ่งของต่างๆ ลองเอาหน้ามาทับจะเห็นว่าสิ่งของต่างๆนั้นจะดูมีความรู้สึกโดยหน้าตา โดยที่การทดลองชิ้นนี้นั้นจะอยู่ในรูปแบบของ Time Base Media เป็นการซ้อนทับ Layer ให้เกิดสิ่งใหม่

วันศุกร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

5twins(6th Experiment)



ดูไปดูมาเหมือนจะคุ้นกะบ้านผีปอบไหม????

kid->kid->grow up!!!!(5th Experiment)




คิดว่างาน "sequence" ชิ้นนี้น่าจะเป็นในรูปแบบของ "Time Base Media" ค่ะ เพราะเนื่องจากว่า "การเบี่ยงเบนความสนใจ" นั้นควรจะเป็นการเรียงลำดับไปเรื่อยๆ เป็นการดำเนินไปเรื่อยๆ จะได้ให้ผู้ชมได้เห็นการดำเนินที่เราจัดเตรียมไว้ค่ะ หากเป็นในรูปแบบของ "ฟลิบบุ๊ก" นั้น ผู้ชมก็อาจจะมีสิทธิ์ข้ามขั้นตอนอะไรไปก็ได้ ซึ่งเป็นเหตุทำให้เกิดการสื่อสารที่ไม่สมบูรณ์แบบค่ะ หรือถ้าหากเป็นในรูปแบบของหนังสือก็คิดว่าอาจจะมีการเปิดค้างหน้านั้นๆ มากเกินอาจจะเป็นเหตุในการดำเนินไม่ต่อเนื่องหรือสม่ำเสมอ อาจจะทำให้งานดูไม่สมบูรณืก็ได้ ดังนั้นคิดว่าน่าจะอยู่ในรูปแบบของ "Time Base Media" เนี้ยแหละดีที่สุดแล้ว

วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

Same???? 3rd Experiment



การทดลองนี้ลองใช้เทคนิคแบบถ่ายไปเรื่อยๆ เลยไม่ตัดต่อ ลองให้เห็นว่ามีอีกคนหนึ่งเดินเข้าไป แล้วก็เป็นอีกคนหนึ่งเอามา อยากทำให้คนสงสัยว่าคนที่เข้าไปตอนเเรกหายไปไหนไม่เห็นออกมาเลยนิ ในการทดลองทั้งหมดอยากจะแสดงให้เห็นถึงการหายไปนะค่ะในเรื่องของ sequence

ไหนลองดูซิว่าเป็นคนเดียวกันจริงๆ รึป่าว